วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ใบย่านางลดความอ้วน สมุนไพรไทยใครๆก็รู้

โรคอ้วน เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่มีสถิติผู้เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการตามใจ ปาก กินหรือบริโภคแบบไม่บันยะบันยัง เพียงแค่ยึดหลักให้ อร่อยลิ้นเป็นฟาดเรียบจนพุงกาง และปัจจัยอีกอย่างหนึ่งมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปมีไขมันสูง แป้งหรือน้ำตาลเยอะ ผักผลไม้รับประทานน้อย หรือบางคนไม่กินเลย เผลอแผล็บเดียวน้ำหนักเพิ่มขึ้น ตัวอ้วนกลมปุ๊ก คิดจะลดน้ำหนักให้เหลือเท่าเดิมก็สายเกินไป ลดได้ยากแล้ว ถึงตอนนี้โรคต่างๆก็จะตามมา หลายโรค ดังนั้นจึงควรระวังในเรื่องการกิน อย่าได้ตามใจปากอย่างเด็ดขาด

ใบย่านาง

หากใครเป็นคออาหารอีสานรสแซบแล้วละก็ เป็นต้องคุ้นกับกลิ่นใบย่านางที่เคล้ามากับซุบหน่อไม้และแกงหน่อไม้ที่หอมยั่วน้ำลาย

ใครบางคนว่ากลิ่นใบย่านางนั้นหอมแต่บางคนก็ว่าฉุนทั้งนี้และทั้งนั้นก็อาจเป็นเพราะขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนกินด้วยว่ากลิ่นที่ว่านี้จะถูกกันหรือไม่ แต่หากว่าแกงกับซุบหน่อไม้ไร้ซึ่งน้ำคั้นจากใบย่านางก็เห็นทีจะไม่เป็นซุบหรือแกงที่รสชาติแซบนัว (แปลว่าอร่อยแบบกลมกล่อม – ภาษาอีสาน) เพราะกลิ่นเปรี้ยวกลิ่นขื่นและรสขมของหน่อไม้ทีดองก่อนนำมาทำอาหาร

ย่านาง หรือ TILIACORA TRIANDRA DIELS อยู่ในวงศ์ MENISPERMACEAE เป็นไม้เลื้อย พบขึ้น ตามป่าผลัดใบ ป่าดงดิบ และป่าโปร่ง ทุกภาค ของประเทศไทย มีสรรพคุณเฉพาะ ทั้งต้นปรุงเป็นยาแก้ไข้กลับ ใบเป็นยาถอนพิษ การช่วยถอนพิษ แก้ไข้และลดความร้อนในร่างกายได้ อีกทั้งยังเป็นพืชที่ให้แคลเซียมและวิตามินซีค่อนข้างสูง และยังให้สารอาหารอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และเบต้า-แคโรทีน หากกินทั้งใบก็จะมีเส้นใยมาก ส่วนรากของใบย่านางช่วยถอนพิษ แก้ไข้ แก้เมารถ เมาเรือ แก้โรคหัวใจและแก้ลมได้ด้วย ขอแถมให้อีกนิด หากนำน้ำใบย่านางมาสระผม จะช่วยทำให้ผมดกดำ ชลอผมหงอกได้อีกต่างหาก

ลักษณะทั่วไปของใบย่านาง

ย่านางนั้นเป็นไม้เลื้อย เถาสีเขียวสดและอวบน้ำ ภายในลำต้นมีน้ำเมือกเหนียว มีขนตามกิ่งอ่อน เถาเมื่อแก่มีผิวเรียบและเหนียวมาก ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้มรูปไข่แกมรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบมัน ออกดอกเล็ก ๆ ตามซอกใบ ดอกมีสีเหลือง ผลมีขนาดเล็กกลมรี

การปลูกและดูแลรักษา

เดิมนั้นเถาย่านางมักขึ้นอยู่เองตามป่า แต่อยากปลุกก็ไม่ยากเพียงแค่เพราะเมล็ดหรือขุดเอารากที่เป็นหัวไปปลูกในที่ใหม่ รดน้ำให้ฉ่ำชุ่ม สักพักเถาย่านางก็จะคลี่กางเลื้อยขึ้นพันค้างที่เตรียมไว้ หรือหากไม่มีค้างก็มักเลื้อยพันต้นไม้อื่นที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งก็ไม่ถือเป็นเรื่องลำบากยากเย็นสำหรับเถาย่านาง เพราะเดิมนั้นเถาย่านางเป็นไม้ป่าจึงไม่กลัวความลำบากลำบน อดทนเป็นเยี่ยมและเติบโตได้ในทุกสภาพดินและสภาพอากาศทุกฤดูกาล หากอยากได้บรรยากาศเมืองร้อนแลป่าฝนก็ปลูกชมใบสีเขียวก็ดี

ใบย่านางลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสมุนไพร มีสูตรใช้ลดความอ้วนมากมายหลายสูตรและสูตร ที่ทำง่ายๆและได้ผลดีได้แก่ วิธีเอา “ย่านาง” ทั้งต้น มีขายตามแผงขายพืชผักพื้นบ้าน ตามตลาดสดทั่วไป เป็นกำ กำละ 5-10 บาท ใช้ทั้งกำล้างน้ำให้สะอาดต้มน้ำท่วมยาจนเดือด ดื่มขณะอุ่น 3 เวลาก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ครั้งละ 1 แก้ว ต้มกินจนยาจืด ทำกินเรื่อยๆจะช่วยให้น้ำหนักค่อยๆลดลงได้ แต่ไม่ใช่ลดแบบฮวบฮาบ เมื่อน้ำหนักอยู่ ในระดับที่ต้องการแล้ว จะหยุดกินก็ได้ ข้อสำคัญต้องควบคุมอาหารด้วยจะได้ผลดี และเร็ว

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

การทานอาหารสำหรับคนอยาก หุ่นดี

ร้อยทั้งร้อยใครก็ต้องอยากมีรูปร่างที่ดีอย่างแน่นอน แต่จะทำอย่างไรนี่สิคะที่เป็นเรื่องยาก เพราะแค่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันก็แสนจะวุ่นวายมากพออยู่แล้ว การทานอาหารก็ต้องรีบเร่งไม่ค่อยได้ใส่ใจ ทำให้หลายคนเจอกับปัญหาความอ้วนตามมา ส่วนคนที่ทานเท่าไรก็ไม่อ้วนก็เป็นที่น่าอิจฉากันไป แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ อย่าเพิ่งไปอิจฉาตาร้อน คุณเธอเหล่านั้นเลย เพราะเรามีเคล็ดลับการทานที่จะทำให้คุณหุ่นดีได้ไม่ยาก ไม่แพ้สาว ๆ คนไหนเลยมาฝากกัน
ขยันทานผลไม้ หัดตัวเองให้เป็นคนชอบทานผลไม้และทานให้มาก ๆ แต่ต้องเลือกดูผลไม้ที่ไม่หวานจนเกินไป ส่วนผลไม้ต้องห้ามก็คือ ทุเรียน เงาะ ขนุน ลำไย ละมุด เป็นต้นทานอาหารให้ครบทุกมื้อ การทานอาหารควรให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลักทั้ง 3 มื้อ คือเช้า กลางวัน เย็น ซึ่งทานก่อน 6 โมงเย็น และหลังจากนั้นก็ไม่ควรทานอะไรอีก แต่ถ้าหากทนไม่ไหวก็ลองดื่มชาเขียวร้อนสักแก้วก็ช่วยให้หายอยากได้ดื่มน้ำเป็นประจำ การดื่มน้ำก็สำคัญ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยให้ได้วันละ 6-8 แก้วเคี้ยวช้า ๆ เข้าไว้ หัดตัวเองให้เป็นคนเคี้ยวอาหารให้นาน ๆ อย่างน้อย 10 ครั้งต่อหนึ่งคำ เพราะไม่งั้นแล้วขืนคุณเคี้ยวเร็ว จะทำให้คุณทานได้เยอะกว่าเดิมนะคะอย่าทานพร้อมทำกิจกรรมอื่น ห้ามทานอาหารไปพร้อมกับทำกิจกรรมอื่น ๆ อย่างเช่น อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เล่นอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การนั่งรถ เพราะจะทำให้คุณทานได้มากกว่าปกติ โดยไม่รู้ตัว แล้วความอ้วนก็จะตามมาเป็นเงาตามตัวคุณเลยทีเดียวการดื่มนม หากก่อนนอนคุณต้องดื่มนม ไม่ว่าจะเป็นนมเปรี้ยว นมพร่องมันเนย ก็ควรดื่มก่อนนอน 4 ชั่วโมงเบเกอร์รี่ได้ แต่น้อย จริง ๆ แล้วถ้าอยากผอมก็ไม่ควรทาน แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ทานได้สัปดาห์ละครั้ง เท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่ากินแบบเต็มอิ่มนะคะ แค่ชิ้นสองชิ้นพอเชื่อมั่นในตัวเอง เลือกทานอาหารที่คุณเห็นว่ามีแคลอรีต่ำ ที่คุณเชื่อว่าเหมาะกับคุณ อย่าปล่อยให้เพื่อน ๆ ชักจูง หรือท้าทายจนคุณปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอาหารที่มีไขมันสูงได้หนึ่งจานก็เพียงพอ ถึงแม้ว่าคุณจะหิวมากแค่ไหนก็ตามให้สั่งอาหารมาทานก่อนหนึ่งจาน อย่าเพิ่งสั่งจานที่สอง เพราะแค่จานเดียวก็ทำให้คุณอิ่มได้ จำไว้เลยนะคะ หนึ่งจานต่อหนึ่งมื้อเท่านั้นเน้นผักมากกว่าเนื้อสัตว์ เวลาที่จะทานอาหารให้สังเกตก่อนว่า มีผักในปริมาณแค่ไหน เนื้อสัตว์ก็เช่นกัน จากนั้นให้ทานผักก่อนแล้วตามด้วยเนื้อสัตว์ หรือทางที่ดีก็เขี่ยเนื้อสัตว์ออกไปเลยเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารไขมันสูงอย่างแกงกะทิ หรือน้ำอัดลมทุกชนิด ควรงดทานไปเลยนะคะ เพราะถ้าทำได้จะทำให้ลดน้ำหนักลงได้ง่ายขึ้นชา กาแฟวันละหนึ่งถ้วย ถ้าเป็นไปได้หากใครที่ชอบทานชา กาแฟ หรือโอวัลติน ควรทานแค่วันละ 1 แก้วก็พอ และถ้าไม่ใส่น้ำตาลเลยก็จะดีมากงดลูกอมทุกชนิด ลูกอมทั้งที่ทานเล่น หรือที่ใช้ระงับกลิ่นปาก ล้วนมีแต่น้ำตาลเป็นส่วนประกอบ เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรทานบ่อย ๆ การเลือกทานอาหารที่เหมาะสมเป็นกิจวัตรแบบนี้ ก็จะทำให้คุณมีรูปร่างดีไร้ไขมันส่วนเกินแล้วล่ะค่ะ แถมยังมีสุขภาพที่ดีอีกต่อหนึ่งด้วย..

เคล็ดลับลดน้ำหนักให้ถูกวิธี

เคล็ดลับลดน้ำหนักให้ถูกวิธี อยู่ที่เลือกอาหาร
เป็นเรื่องของความสวยความงามที่คุณหลายๆคน ที่กำลังอยากลดความอ้วนพลาดไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ…เคล็ดลับลดน้ำหนักให้ถูกวิธีอยู่ที่เลือกอาหาร โภชนาการ “ต้องลดน้ำหนักให้ได้” ?นี่อาจเป็นหนึ่งในรายการที่ใครหลายคน กำลังคิดว่าจะต้องทำให้ได้ก็นับว่าดีอยู่หรอกค่ะที่มีความหวังความตั้งใจที่จะทำเรื่องดีๆ แต่ขอบอกเสียก่อนว่า จะลดน้ำหนักทั้งทีก็ต้องลดให้ถูกวิธี ด้วยการเลือกกินอาหารให้ถูกถ้วนตามหลักโภชนาการดีกว่าจะได้ ไม่เสียใจ เสียสุขภาพในภายหลัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า คนที่อยากลดน้ำหนักนั้นไม่จำเป็นต้องงดกินอาหารอย่างขาดสติ แต่วิธีที่ถูกที่ควรนั้นอยู่ที่การเลือกกินอาหารง่ายๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักให้ได้ตามเป้าหมาย
กลอเรีย ซาง ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กล่าวว่า?ผู้หญิงมักจะตกเป็นเหยื่อมากที่สุด ในการเลือกกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ทุกวันนี้เราอาจจะยุ่ง เกินกว่าที่จะเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ที่จริงแล้วก็มีหลักง่ายๆ ในการเลือกกินอาหารเพื่อลดน้ำหนักให้ถูกวิธีได้ นั่นคือ?หลีกเลี่ยงการกินเนื้อที่ผ่านกรรมวิธี ไม่ควรงดอาหารเช้า และควรหลีกเลี่ยงการกินข้าว หรือขนมปังขัดขาวที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่าเมื่องดหรือหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้นแล้ว ก็ควรจะกินอาหารจำพวกผักที่มีสีสันสดใส จำนวนมากๆ หน่อย เพราะในผักมีใยอาหารมากและมีแคลอรีต่ำ และถ้าอยากกินของหวาน ก็ควรเลือกของขบเคี้ยวที่เป็นผลไม้สดหรือผลไม้แห้งก็ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารยังแนะนำด้วยว่า ควรจะกินป๊อปคอร์น เพราะว่าเป็นอาหารที่มีกากใยและสารต้านอนุมูลอิสระ และแทบจะไม่ให้พลังงานซักกี่แคลอรีเลย แต่ถ้าจะกินป๊อปคอร์นจริงๆ กลอเรีย ซาง ย้ำว่า ต้องเลือกอย่างที่ไม่อบเนย จึงจะดีและมีประโยชน์จริง……

ยาลดความอ้วน ทางเลือกสุดท้ายของคนอยากผอม

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรม การอาหารและยา หรือ อย. ระบุว่า ปีงบประมาณ 2546 มีปริมาณการจำหน่ายยาลดน้ำหนัก หรือ ยาลดความอ้วน ทั้งสิ้น 21,092,100 เม็ด ปีงบประมาณ 2547 จำนวน 16,359,700 เม็ด และปี 2548 จำนวน 16,199,100 เม็ด ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าปริมาณการใช้ยาลดน้ำหนักในบ้านเรามีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ แต่ว่าหลาย ๆ คนก็ยังพึ่งยาลดน้ำหนักกันอยู่ โดยไม่คำนึงถึงปัญหาและผลกระทบที่จะตามมา

เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลในเรื่องนี้ “X-RAY สุขภาพ” จึงมาพูดคุยกับ ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการ อย. ศ.ดร.ภักดี กล่าวว่า ยาลดความอ้วนที่ใช้กันอยู่ ในขณะนี้แบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ คือ ยากลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 เป็นอนุพันธ์ของแอม เฟตามีน ได้ แก่ แอมฟี ปราโมน เฟนเตอร์มีน ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง กระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท ลดความอยากอาหาร ลดความถี่ของการรู้สึกหิว ทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร อาการไม่พึงประสงค์ของยา คือ ปากแห้ง หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ มึนงง หงุดหงิด สั่น กระสับกระส่าย เหงื่อออก คลื่นไส้ ท้องผูก ความดันโลหิตสูง และติดยา ยาลดความอ้วนที่จัดเป็นยา ได้แก่ ยาไซบูทรามีน ยาจะออกฤทธิ์ลดความอยากอาหาร ขณะนี้อยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียนเป็นยาใหม่ จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องจำหน่ายโดยมีใบสั่งแพทย์ และให้ใช้ได้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น อาการไม่พึงประสงค์ของยา คือ ปากแห้ง ใจสั่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ท้องผูก มึนงง คลื่นไส้ ยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ที่ใช้ในการย่อยไขมัน ทำให้ไขมันไม่ถูกย่อยเป็นกรดไขมันอิสระ และถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อย ลง ในคนที่บริโภคของมัน ๆ แต่ไม่อยากอ้วนจะทานยาชนิดนี้ จัดเป็นยาอันตรายที่ต้องจำหน่ายในร้านขายยาแผนปัจจุบันเท่านั้น อาการไม่พึงประสงค์ของยา คือ ท้องอืด ไม่สบายท้อง ปวดท้อง กลั้นอุจจาระไม่ค่อยได้ ร่างกายขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน สำหรับยาลดความอ้วนที่นิยมใช้จัดอยู่ในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภทที่ 2 แต่ในการลดความอ้วนมักจะได้รับยาตัวอื่นเพิ่มเติม จากการสำรวจของกองควบคุมวัตถุเสพติด พบว่า มีการจ่ายยาลดความอ้วนจากสถานพยาบาลเอกชนโดยจัดไว้เป็นชุด ๆ ให้รับประทานเหมือนกันในแต่ละวัน โดยยาลดความอ้วน 1 ชุดจะประกอบไปด้วยยาประมาณ 1-6 รายการ จากกลุ่มยาดังต่อไปนี้
1.กลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ได้แก่ แอมฟีปราโมน เฟนเตอร์มีน
2.ฟลูอ็อกซิติน (Fluoxetine) โดยปกติใช้เป็นยาต้านอาการซึมเศร้า แต่มีผลข้างเคียงในการช่วยทำให้ไม่อยากอาหาร จึงถูกนำมาใช้ในยาชุดลดความอ้วน
3.ธัยรอยด์ฮอร์โมน จะทำให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเพิ่มขึ้น ยากลุ่มนี้มีผลต่อหัวใจและหลอดเลือด ทำให้ใจสั่น ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายได้
4.ยาขับปัสสาวะ ยาจะทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลเสียต่อร่างกาย โดยอาจสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือด และระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำ ระดับแคลเซียมในเลือดสูง กรดยูริกในเลือดสูงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาต์ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นตะคริว หัวใจเต้นผิดจังหวะ
5.ยาถ่ายหรือยาระบาย จะกระตุ้นทำลำไส้ให้บีบตัวทำให้ถ่ายมากหรือบ่อยขึ้น ทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผอมลงเร็วเนื่องจากน้ำหนักลดหลังจากใช้ยา
6.วิตามิน ยานี้ให้เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ยาคือการขาดวิตามินเนื่องจากรับประทานอาหารน้อยลงและการใช้ยาระบาย
7.ยากลุ่ม บีต้า บล็อกเกอร์ (b-blockers) ยาจะลดอาการใจสั่นที่เป็นผลข้างเคียงของยากลุ่มอนุพันธ์แอมเฟตามีน และธัยรอยด์ฮอร์โมน ยากลุ่มนี้ปกติจะใช้เพื่อการรักษาความดันโลหิตสูง ยาออกฤทธิ์ยับยั้งประสาทกระตุ้นระบบการทำงานของหัวใจ (sympsthomimetic effect) ที่หัวใจ จะลดจำนวนเลือดที่จะบีบออกจากหัวใจในแต่ละครั้ง (cardiac output) ลดอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น
8.ยานอนหลับ เนื่องจากผลข้างเคียงของยากลุ่มอนุพันธ์แอมเฟตามีน ซึ่งกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้นอนไม่หลับ จึงมีการจ่ายยานี้ร่วมด้วย การใช้ยาลดความอ้วนจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ เนื่องจากเป็นยาที่มีข้อควรระวัง
ข้อห้ามใช้มากมาย และมีผลข้างเคียงหลายอย่าง จึงไม่แนะนำให้ซื้อมาทานเอง ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจใช้ยาลดความอ้วน ควร ตรวจสอบก่อนว่าเป็นโรคอ้วนหรือไม่ สามารถใช้การคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI โดยคำนวณจากน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วยความสูง (หน่วยเป็นเมตร2) คนที่มีน้อยกว่า 20 จัดว่าผอม เกิน 25 ขึ้นไปถือว่ามีน้ำหนักตัวเกิน อาจต้องออกกำลังกาย ควบคุมอาหารให้มากขึ้น แต่ถ้าเกิน 30 ขึ้นไปจึงจะเข้าข่ายโรคอ้วน ผมอยากแนะนำให้ใช้วิธีอื่นในการลดน้ำหนักก่อน เพราะการใช้ยาแม้ว่าจะเห็นผลในระยะสั้น แต่ถ้าหยุดใช้ยาเมื่อใด ก็จะทำให้น้ำหนักกลับคืนมาดังเดิมหรือมาก กว่าเดิม อีกทั้งการใช้ยาลดความอ้วนมีข้อจำกัดใช้เกิน 6 สัปดาห์จะไม่ได้ผลแล้ว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงสูงจากผลข้างเคียงของยา ซึ่งเกิดขึ้นกับแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางทีอาจเห็นว่าเพื่อนใช้ไม่เป็นไร แต่ร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน บางทีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงไม่เกิดกับคนอื่น แต่อาจเกิดกับเราก็ได้ อยากให้ใช้การควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย น่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

กินอย่างไร ไม่อ้วน ไม่แก่ แบบชาวญี่ปุ่น

หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า คนญี่ปุ่นนั้นสามารถครองแชมป์อายุยืนยาวที่สุดในโลกนานถึง 20 ปี คนอ้วนก็มีน้อยมาก ทั้งที่เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของการทานอาหาร จนเกิดความสงสัยว่าทำไมคน ในประเทศนี้ถึงสุขภาพดี จนมีผลงานวิจัยออกมาว่าเป็นเพราะการทานอาหารนั่นเอง
-> อาหารญี่ปุ่นไม่ผ่านการปรุงมาก คนญี่ปุ่นนั้นชอบทานอาหารรสชาติที่เป็นธรรมชาติ ชอบมานอาหารสด เฃ่น ปลาดิบ สาหร่ายคอมบุ และสาหร่ายโนริ ซึ่งมีโอดีนสูงมา และทำในแต่ละมื้อเพียงเล็กน้อยแค่พอทานเท่านั้น โดยจะใช้วิธีการนึ่ง ย่างบนกระทะ ต้มหรือ ผัดแบบเร็วๆ ด้วยความร้อนสูง ซึ่งวิธีการเหล่านี้ สามารถช่วยรักษาคุณค่าสารอาหารไว้ได้มากที่สุด
-> มีพื้นฐานอาหารอยู่ 5 อย่าง อาหารที่ทานในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ข้าว ปลา ถั่วเหลือง ผักและผลไม้ คนญี่ปุ่นนั้นจะชอบทานปลา หัวไวเท้า และสาหร่าย นอกจากนี้ยังชอบทานเต้าหู้ที่แปรรูปมาจากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นอาหารที่มีคลอเลสตอรอลต่ำ และปราศจากไขมันอิ่มตัว ไม่เหมือนในเนื้อแดง ผลิตภัณฑ์จากนมและเนย
-> ทานอาหารหลากหลายพร้อมกับข้าว ตัวอย่างชัดๆ คือ ข้าวกล่องแบบญี่ปุ่นที่มีอาหารหลายช่องอย่างละเล็กน้อย จะช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานแบบเผาผลาญได้มากขึ้นเนื่องจากความหลากหลายของอาหาร ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานตลอดเวลา ทำให้ไม่มีไขมันสะสมในร่างกายซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ
-> ใช้ตะเกียบในการทานอาหาร วิธีนี้ได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าทำให้ทานอาหารได้น้อยลงกว่าปกติ เนื่องจากสมองสามารถรับรู้ความอิ่มหลังจากที่ร่างกายอิ่มไปแล้วประมาร 10 นาที เมื่อเราทานอาหารช้าลงก็จะอิ่มเร็วขึ้น ทำให้ไม่ต้องทานอาหารจนเกินความต้องการของร่างกาย -ใช้ภาชนะใส่อาหารขนาดเล็ก คนญี่ปุ่นนั้นมีจิตวิทยาที่ว่า ถ้าเห็นอาหารเต็มชาม แม้ว่าจานชามจะมีขนาดเล็กว่าปกติ ก็สามารถทำให้อิ่มเร็วขึ้น เพราะฉะนั้น อาหารญี่ปุ่น มักจะเสิร์ฟเป็นจานเล็กๆ และคุ้นเคยกับอาหารปริมาณ น้อยที่อยู่ในจาน มักทานอาหารอย่างช้าๆ ค่อยๆ ลิ้มรสชาติอาหารนั้น
-> คนญี่ปุ่นเป็นราชาแห่งอาหารเช้า อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ ซึ่งคนญี่ปุ่นจะไม่ทานขนมปังแทนข้าวเช้า ไม่นิยมทานเบคอน หรือซีเรียลที่มีน้ำตาลสูง อาหารเช้าของชาวญี่ปุ่นนั้นจะประกอบด้วย ข้าว ไข่ ปลาย่าง เต้าหู้ มิโซะซุป สาหร่ายและชาเขียว
-> ทานขนมหวานอย่างถูกวิธี แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีร้านเบเกอรี่อยู่มากมาย และวัยรุ่นญี่ปุ่นก็ชื่นชอบการทานช็อกดกแลต ไอศกรีม คุกกี้และเค้กต่างๆ แต่จะทานในช่วงเทศกาลเท่านั้น โดยทานเป็นชิ้นเล็กๆ สังเกตว่าเค้กญี่ปุ่นจะชิ้นเล็กกว่าเค้กยุโรปมาก ทำให้ในแต่ละวันร่างกายได้รับของหวานเพียงเล็กน้อย
-> ดื่มชาเขียวไร้น้ำตาลแบบอุ่นๆ ปัจจุบันคนญี่ปุ่นเปลี่ยนจากการดื่มชาดั้งเดิมมาดื่มชาเขียวกันมากขึ้น เพราะมีการศึกษาพบว่า ชาเขียวมีสารเคทชินโพลิฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญแคลอรี่ นอกจากนี้ชาเขียวยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอความแก่ และทำให้สุขภาพดีขึ้นอีกด้วย

วิธีไดเอตเพื่อหุ่นสวย

ใครที่อยากหุ่นสวย สุขภาพดี วันนี้มีวีธีไดเอตมาบอก...
- ดื่มน้ำส้มคั้นสด เพราะมีวิตามินที่ช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ มีเส้นใยธรรมชาติ ช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว
- ทานอาหารจำพวกธัญพืช (ชนิดไขมันต่ำ) ธัญพืชเหล่านี้ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ระบบจะย่อยช้า ๆ เข้าสู่ร่างกาย ทำให้รู้สึกอิ่มท้องนาน
- เคลื่อนไหวร่างกาย หลังเลิกงาน อาจเรียกเหงื่อด้วยการเดินเล่น หรือวิ่ง หากมีเวลาอาจเล่นกีฬาที่ชอบสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง (การเคลื่อนไหวเร็ว ๆ จะเผาผลาญได้ 140 แคลอรีในครึ่งชั่วโมง) เคี้ยวอาหารช้าๆ เพราะการทานเร็ว จะทำให้ทานมากเกินอัตราโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารหลัง 6 โมงเย็น หรือช่วงเวลากลางคืน - ทานผัก-ผลไม้ เพราะผักให้พลังงานน้อย แต่ให้สารอาหารมาก ส่วนผลไม้ เลือกทานที่ให้พลังงานต่ำ เช่น ฝรั่ง มะม่วง ชมพู่ แตงโม แคนตาลูป เลี่ยงผลไม้หวานจัด ให้พลังงานสูง คนที่อยากลดความอ้วน ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ให้พลังงานสูง ย่อยยากเพียงเท่านี้ ก็จะทำให้มีหุ่นสวย สุขภาพดีได้แล้ว.

มะนาว สุดยอดตัวช่วยลดน้ำหนัก

เราเก็บเคล็ดลับ ดี ๆ จากคอลัมน์ The Lemon Juice Diet ของหนังสือ New Book ที่นักเขียนสาว เธเรซา เชียง ได้ให้คำแนะนำกับปัญหาโรคอ้วน ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรับประทานมะนาว เชียงกล่าว ว่า "มีเหตุผลมากมาย ที่ทำให้ผู้หญิงต้องต่อสู้กับน้ำหนักตัวที่มากจนเกินไป หนึ่งในนั้นคือปัญหาของระบบย่อยอาหารที่ทำงานไม่เป็นปกติ ซึ่งนั่นก็คือธรรมเนียมของการลดน้ำหนัก ที่อาจทำให้สาว ๆ ต้องเสี่ยงกับความทุกข์ทรมานไปชั่วชีวิต จะ ถึงอย่างนั้นก็ตาม มันยังมีตัวช่วยที่วิเศษมาก ๆ นั่นคือ มะนาว ที่มีสรรพคุณช่วยในการลดน้ำหนักอย่างดียิ่ง ทั้งน้ำและเปลือก ที่จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ยิ่งถ้าหากคุณเป็นคนที่ดูแลสุขภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยแล้ว เมื่อใดที่คุณอ้วนขึ้นมา มะนาวจะช่วยให้น้ำหนักของคุณลดลงได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ" มีผลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า หากระบบย่อยอาหารของคนเราทำงานไม่เป็นปกติ ต่อให้หักโหมลดน้ำหนักแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เพราะระบบย่อยอาหารที่ไร้ประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายไม่สามารถรับสารอาหารที่จำเป็นในการเผาผลาญไขมัน ซึ่งมันทำให้เกิดสารพิษตกค้างในร่างกาย และขจัดออกไปได้ยากและช้าลงอีกด้วย ใน เมื่อ "มะนาว" ช่วยในระบบการย่อยอาหาร และสกัดสารพิษได้เป็นอย่างดี พลังจากผลไม้ธรรมชาติ อย่าง "มะนาว" จึงถูกกล่าวขานว่ามีสรรพคุณในการลดความอ้วนได้อย่างดีที่สุด โดย "มะนาว" อุดม ไปด้วยกรดไซตริก (7-8% คือสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ทุกๆ ประเภท) และเชียงยังระบุอีกด้วยว่า หากมะนาวถูกนำมาผสมรวมกับโปรตีนและกรดอื่น ๆ ก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงานได้ดียิ่งขึ้น ในคอลัมน์ The Lemon Juice Diet ยังออกมาสนับสนุนให้ประชาชนวางแผนเมนูการทำอาหารในแต่ละมื้อว่า ต้องมีมะนาวรวมอยู่ด้วย หรือดัดแปลงรสชาติอาหารให้มีรสเปรี้ยวถูกปากมากยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า หากคุณทำตามกฎหลักทั้ง 3 ข้อนี้ คุณจะน้ำหนักลดลงได้ดั่งใจปรารถนา 1. ดื่มน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นทุก ๆ เช้า เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานดียิ่งขึ้น มะนาวเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุด ไม่เพียงแต่จะดีสำหรับช่วยลดไข้ได้ แต่มันยังมีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา แนะนำมาว่า ใครที่กินผลไม้และผักที่มีวิตามินซีในปริมาณที่มาก จะมีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร และจะช่วยให้น้ำหนักลดได้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมะนาวยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมให้กักเก็บเอาไว้ในเซลล์ไขมัน ผลวิจัยยังแสดงอีกว่า แคลเซียมที่มีอยู่ในเซลล์ไขมันปริมาณมาก ๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น 2. รับประทานผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ชนิด เพราะผักและผลไม้ทุกประเภท จะมีปริมาณแคลอรีที่น้อยมาก แต่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใย และสารอาหารที่ครบครัน จะช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยให้ระบบประสาททำงานอย่างสงบลง 3. ปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด โดยการบีบน้ำมะนาวลงไปในมื้ออาหารทุกมื้อ หรือผสมเปลือกมะนาวลงไปในซุปหรือสลัด และบีบมะนาวเพียงเล็กน้อยโปรยลงบนเนื้อปลา และเนื้อไก่ก่อนรับประทาน แล้วจะรู้ว่ามะนาวคือเส้นใยที่มหัศจรรย์ที่สุด เพราะมะนาวจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงด้วย นอกจากนี้ผลการศึกษาของวิทยาลัย Journal of the America College of Nutrition รายงานว่า คาร์โบไฮเดรตที่พบในผิวเปลือกของมะนาว จะสามารถกำจัดความอยากกินให้ลดลงได้ถึง 4 ชั่วโมง เปลือกมะนาวเป็นแหล่งรวมไฟเบอร์ที่ดีที่สุด ช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้น หลังจากที่คุณกินมัน คุณจะรู้สึกอิ่มไปอีกนานเลยทีเดียว ใครจะคิดว่า "มะนาว" จะมีประโยชน์และสรรพคุณในการลดน้ำหนักที่ให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่ง ที่พิเศษไปกว่านั้นคือมันทำให้เรากินเนย โปรตีน ช็อกโกแลตและไอศกรีมได้อย่างสบายใจ คุณสามารถกินได้เท่าที่ใจอยากจะกิน โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องของแคลอรี